7-11/ขโมย

posted on 29 Aug 2011 22:47 by pingpui in MyLife
ระหว่างทางที่ผมขับรถออกจากบ้านเพื่อไปตีแบดมินตันที่คอร์ทแบดใกล้บ้าน
 
ข้าวไม่ได้กิน หิวจนตาลาย จึงตัดสินใจแวะเข้าปั้มน้ำมัน ปตท. ซึ่งมีเซเว่นฯบริการด้านใน
 
 
เดินผ่านประตูอัตโนมัติโดยที่ไม่มีหมานอนตากแอร์เฝ้าอยู่หน้าประตู
 
ผมเดินตรงที่ไปไส้กรอกรมควัน CP
 
หยิบมา 1 ห่อแบบคล่องแคล่วและเดินไปยื่นให้พนักงาน
 
 
 
"เวฟให้ด้วยครับ" (ทั้งๆที่ภาษาอังกฤษต้องใช้คำว่า "Warm" ไม่ใช้คำว่า "Wave") 
 
แต่ที่นี่เมืองไทยครับ Thailand Only ตามน้ำไป
 
 
ถ้าบอกพนักงานว่า
 
"ช่วย Warm ให้ด้วยครับ " มันคงจะฮาพิลึก
 
 
 
ระหว่างที่ผมรอเจ้าตู้สี่เหลี่ยมที่มีตัวเลข 30วินาทีอยู่บนหน้าจออุ่นอาหารให้ผมอยู่นั้น ก็เกิดการสนทนาขึ้นระหว่างพนักงานทั้ง 3 คน ภายในร้าน
 
" เนี่ยนะ ของหายทุกเดือน ขโมยกันเข้าไป " ป้าใส่เสื้อซาฟารีดูเหมือนจะเป็นผู้จัดการร้านบ่น
" เจ๊ !! หนูก้มหน้าคิดเงินอยู่ ยุ่งๆด้วยไม่ทันเห็นหรอก" พนง.เคาเตอร์ 1 ตอบสวนกลับมาทันควัน
 
" เมื่อกี๊ พี่เหมือนเห็นคนนึงหยิบขวดสีฟ้าอะไรยัดเข้ากระเป๋าก็ไม่รู้ "
" ไอ้เราก็ไม่กล้าว่านะ ต้องรักษาลูกค้าเอาไว้ " เจ๊ผู้จัดการยังพูดต่อพร้อมเดินไปที่ชั้นวางสินค้า
 
 
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น(สอดรู้)  สายตาผมขยับตามร่างของเจ๊ตามไปยังชั้นวาง
 
 
" นี่ไง มันเหลือ3ขวดได้ไง พี่เพิ่งขายไปขวดเดียว " เจ๊แกยัง .... ยังไม่เลิกบ่น
" เจ๊จะบ่นทำไมเนี่ย " พนง. เคาเตอร์ 2 พูดเสริมขึ้นมา
 
 
ถึงแม้ว่าสายตาของผมจะสอดรู้สอดเห็นมาก แต่ท่าทางพฤติกรรมการยืนของผมยังนิ่งเปรียบเสมือนโค้ชฟุตบอลที่ยืนอยู่ข้างสนามคอยวิเคราะห์ดูนักเตะในสนามว่าเล่นได้ตามแผนหรือไม่
 
 
" โอ้ยยย มันเอาไปทาหน้าแล้วหน้ามันจะหล่อขึ้นมารึไงเนี่ย " เจ๊แกยังไม่เลิก
" เจ๊บ่นไปแล้วไอ้ขโมยมันได้ยินมั้ยเนี่ย มันจะเจ็บกับคำด่าเจ๊มั้ย" พนง.เคาเตอร์1 พูดแบบฮาๆ
 
 
"เออจริง เมิงจาบ่นทำไมวะ ตอนเห็นขโมยทำไมไม่พูด ดันมาพูดตอนขโมยไม่อยู่" (ผมคิดในใจ ^^)
 
โชคดีที่ผมพอจะมีการศึกษาอยู่บ้าง จึงไม่กล้าพูดประโยคที่คิดไว้ออกไป
วันนี้เพิ่งรู้เองว่าการศึกษาทำให้ผมไม่ไปเจือกเรื่องของชาวบ้าน 555
 
 
ผมหยิบไส้กรอกที่อุ่นเสร็จ ใส่ซอสมะเขือเทศแล้วเดินออกจากร้านมาอย่างติ๋มๆ
 
 
 
แต่เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อตะกี๊ทำให้ผมนึกถึงและคิดอะไรได้หลายๆอย่าง
 
ผมจำได้ว่าเคยอ่านประวัติของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นตอนที่เริ่มธุรกิจใหม่ๆ
 
ในสมัยนั้นใครๆก็คิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดร้านโดยที่ให้ลูกค้าเดินเลือกสินค้าเอง
 
 
 
แต่ผู้บริหารกลับมั่นใจและพูดมาประโยคนึงที่ผมจำได้ขึ้นใจมาจนถึงทุกวันนี้
 
 
" ผมมั่นใจว่าลูกค้าชั้นดีมีมากกว่าลูกค้าชั้นเลว"
 
 
และเค้าก็ได้พิสูจน์ข้อนั้นให้เห็นจริงๆว่าเซเว่นอีเลฟเว่นเจริญเติบโตมากแค่ไหน
 
 
 
 
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้ผมย้อนนึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสที่ว่า
 
"เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนที่ดีเขามีอยู่"
 
 
เอ้อมันจริงแฮะ ประโยคด้านบนมันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา
ส่วนดีมีตั้งเยอะแยะมากมาย ส่วนเลวมีเล็กน้อยกระจึ๋งเดียว จะไปจำส่วนเลวๆทำไม
 
แต่ถ้ามองในแง่ของการทำธุรกิจ ถ้าพบส่วนเลวหรือข้อบกพร่องก็ควรนำไปแก้ไขนะ
ไม่ใช่ปล่อยเบลอ ไม่งั้นธุรกิจอาจจะเจ๊งบ๊งได้ในอนาคต
 

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ว...

#1 By Bo (58.11.55.135) on 2011-09-07 02:51